พิพิธภัณฑ์สถานธรรมชาติวิทยา๕๐พรรษาสยามบรมราชกุมารี

Wednesday, September 22, 2010

พิพิธภัณฑ์สถานธรรมชาติวิทยา๕๐พรรษาสยามบรมราชกุมารี

อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา

   องค์การศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (UNESCO) ให้คำจำกัดความว่า พิพิธภัณฑสถาน เป็นองค์กรที่ตั้งขึ้นมาโดยไม่หวังผลประโยชน์หรือผลกำไร มีจุดมุ่งหมายเพื่อเป็นแหล่งบริการความรู้นอกระบบแก่ชุมชน และเปิดให้สาธารณชนเข้าใช้บริการ เพื่อรับคำแนะนำความรู้ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เกิดการศึกษาเรียนรู้และพักผ่อน
พิพิธภัณฑสถาน ธรรมชาติวิทยา เป็นรูปแบบหนึ่งของพิพิธภัณฑสถานที่ให้ความรู้ และดำเนินการวิจัยด้านธรรมชาติศึกษา และสิ่งแวดล้อม รวมทั้งเรื่องของชีวิต ทรัพยากรธรรมชาติ ความสัมพันธ์ของสิ่งแวดล้อมกับชีวิต อันเป็นจุดกำเนิดของความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับวิวัฒนาการ การปรับตัว ชีวิตความเป็นอยู่ รวมทั้งอุปนิสัยและถิ่นที่อยู่ 

      คณะ วิทยาศาสตร์ โดยภาคชีววิทยา ได้เริ่มต้นรวบรวม และเก็บตัวอย่างสิ่งมีชีวิต ทั้งพืช และสัตว์ จากการนำนักศึกษา ออกศึกษาภาคสนาม ตัวอย่างที่รวบรวมได้ถูกนำมาใช้ประกอบการเรียนการสอน นอกจากนี้มีการนำตัวอย่างบางส่วนมาจัดนิทรรศการเพื่อให้ผู้สนใจเข้าชมการ เก็บรวบรวม ตัวอย่างพืชได้พัฒนาอย่างเป็นระบบมาก่อน และจัดตั้งเป็นพิพิธภัณฑ์พืชของภาควิชาฯ ต่อมาได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นพิพิธภัณฑ์พืชนานาชาติ ซึ่งนับ เป็น 1 ใน 4 ของพิพิธภัณฑ์พืชในประเทศไทยที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นพิพิธภัณฑ์พืชนานา ชาติ ปัจจุบันมีตัวอย่างพืชเก็บรวบรวมไว้โดยเฉพาะพืช ในประเทศไทยประมาณ 30,000 ตัวอย่าง สำหรับตัวอย่างสัตว์ได้มีการเก็บรวบรวมไว้จำนวนมาก และจัดเก็บเป็นระบบสำหรับการศึกษาอ้างอิง ต่อมาภาควิชาชีววิทยาเริ่ม มีการจัดนิทรรศการเพิ่มเติมทางวิวัฒนาการธรรมชาติศึกษา และธรณีวิทยาซึ่งภาควิชาวิศวกรรมเหมืองแร่ และโลหะวิทยา ได้มอบตัวอย่างในการจัดแสดงให้

      คณะวิทยาศาสตร์ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของ งานพิพิธภัณฑ์สถานธรรมชาติวิทยา จึงยกระดับเป็นหน่วยงานอิสระขึ้นตรงกับคณะวิทยาศาสตร์ ในแผนพัฒนาฉบับที่ 7 และในปี 2537 ได้รับงบประมาณแผ่นดินเพื่อสร้างอาคารพิพิธภัณฑสถาน 1 หลัง และต่อมาตั้งชื่อเป็น "พิพิธภัณฑสถานธรรมชาติวิทยาแห่งมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์" โดยรวมกิจกรรมในส่วนของพิพิธภัณฑ์พืชเข้าไว้ด้วยกัน เพื่อขยายกิจกรรมให้ พิพิธภัณฑสถานธรรมชาติวิทยาเป็นแหล่งเรียนรู้ และแหล่งวิจัยด้านธรรมชาติศึกษาแก่ชุมชนในท้องถิ่นภาคใต้ และเป็นแหล่งวิจัยด้านธรรมชาติศึกษา ของนักวิจัยทั้งภายในและภายนอกประเทศ

      จากผลงานวิจัยของบุคคลากรของคณะวิทยาศาสตร์ ซึ่งได้ค้นพบสิ่งมีชีวิตชนิดใหม่ของพืช ทั้งพันธุ์สัตว์ และพรรณพืชจำนวนมาก ได้รับการตีพิมพ์จากในวารสารนานาชาติ จัดเก็บตัวอย่างต้นแบบไว้ที่พิพิธภัณฑ์อย่างเป็นระบบ ส่งผลให้งานของพิพิธภัณฑ์อย่างเป็นระบบ ส่งผลให้ งานของพิพิธภัณฑสถานแห่งมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เป็นที่รู้จักกว้างขวางมากขึ้น และในปี 2549 ทางพิพิธภัณฑ์ ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจาก สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานนาม ตั้งชื่อเป็น "พิพิธภัณฑสถานธรรมชาติวิทยา 50 พรรษา สยามบรมราชกุมารี " หรือ "Princess Maha Chakri Sirindhorn Natural History Meseum" พร้อมทั้งมีพระราชานุญาติให้อัญเชิญพระนามาภิไทยย่อ "สธ" มาประดิษฐาน พิพิธภัณฑสถานธรรมชาติวิทยา 50 พรรษา สยามบรมราชกุมารี จึงดำเนินภารกิจเพื่อ สนองพระราชดำริในโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชฯ นับแต่นั้นมา

พิพิธภัณฑ์เปิดให้เข้าชมทุกวันพุธ - วันอาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 09:30 - 16:30 น. ท่านที่มีจิตศรัทธา ต้องการบริจาคซากพืช สัตว์ที่น่าสนใจ หินและแร่ให้เก็บรวบรวมไว้ในพิพิธภัณฑสถานธรรมชาติวิทยา เพื่อประโยชน์ในการศึกษาทางด้านธรรมชาติวิทยาแก่ลูกหลานต่อไป ทางพิพิธภัณฑ์จะจารึกชื่อผู้ที่มอบไว้ให้ด้วย

สามารถติดต่อขอบริ จาคได้ที่ ตึกไดโนเสาร์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 0 7444 6682, 0 7428 8067-8 


วิธีเดินทางจากกรุงเทพฯ-พิพิธภัณฑสถานธรรมชาติวิทยา๕๐พรรษาสยามบรมราชกุมารี 
ร่วมระยะทางประมาณ 936  กม
 
 

ถนนพญาไท
1.มุ่งไปทางทิศ เหนือ ไปตาม ถนน พญาไท
37 ม.
2.เมื่อถึงวงเวียน ใช้ทางออก ที่ 2 ไปยัง ถนนพหลโยธิน/เส้นทาง 1
270 ม.
3.เลี้ยวซ้าย เข้าสู่ทางลาดไปยัง ทาง ด่วนขั้นที่ 2/ทางพิเศษศรีรัช โครงข่ายในเมือง/เส้นทาง 3119
23 ม.
4.ชิดขวาตรงทางแยก เพื่อวิ่งต่อไปยัง ทางด่วนขั้นที่ 2/ทางพิเศษศรีรัช โครงข่ายในเมือง/เส้นทาง 3119 และตัดเข้าสู่ ทางด่วนขั้นที่ 2/ทาง พิเศษศรีรัช โครงข่ายในเมือง/เส้นทาง 3119
ทางพิเศษ
750 ม.
5.ใ้ช้ทางออกเข้าสู่ Bang Khlo/Dao Khanong
ทางพิเศษ
450 ม.
6.ตัดเข้าไปยัง เส้นทาง 3119
ทางพิเศษ
8.9 กม.
7.ใช้ทางออก South 2-14 เข้าสู่ Bang Khlo/Dao Khanong
ทางพิเศษ
700 ม.
8.ตัดเข้าไปยัง ทางพิเศษเฉลิมมหานคร/เส้น ทาง 31
ถนน ที่เก็บค่าผ่านทางบางช่วง
7.0 กม.
9.ขับต่อไปยัง เส้นทาง 35
51.4 กม.
10.เลี้ยวซ้ายเล็กน้อย เพื่อวิ่งบน เส้นทาง 35
30.3 กม.
11.ใช้ทางลาดไปยัง เพชรเกษม/เส้น ทาง 4
450 ม.
12.ชิดซ้ายตรงทางแยก เพื่อวิ่งต่อไปยัง เพชรเกษม/เส้นทาง 4
190 ม.
13.ชิดขวาตรงทางแยก เพื่อวิ่งต่อไปยัง เพชรเกษม/เส้นทาง 4 และตัดเข้าสู่ เพชร เกษม/เส้นทาง 4
64.4 กม.
14.ชิดซ้ายตรงทางแยก เพื่อวิ่งต่อไปยัง เพชรเกษม/เส้นทาง 4
850 ม.
15.ชิดซ้ายตรงทางแยก เพื่อวิ่งต่อไปยัง เพชรเกษม/เส้นทาง 4
วิ่งต่อไปตามเส้นทาง เส้นทาง 4
50.6 กม.
16.เลี้ยวขวา ที่ เพชรเกษม/เส้น ทาง 4
182 กม.
17.ชิดขวาตรงทางแยก เพื่อวิ่งต่อไปยัง เส้นทาง 41
67.1 กม.
18.ขับต่อไปยัง เส้นทาง 41
383 กม.
19.เบี่ยงขวาเล็กน้อยที่ เพชร เกษม/เส้นทาง 4
65.3 กม.
20.ขับต่อไปยัง เส้นทาง 43
21.5 กม.
เส้นทาง 43
READ MORE - พิพิธภัณฑ์สถานธรรมชาติวิทยา๕๐พรรษาสยามบรมราชกุมารี

พิพิธภัณฑ์เหมืองแร่ภูเก็ต

พิพิธภัณฑ์เหมืองแร่ภูเก็ต

อ. กระทู้  จ.ภูเก็ต
 
 พิพิธภัณฑ์เหมืองแร่ ภูเก็ต
          ภูเก็ตจังหวัดแห่งไข่มุขอันดามัน  เป็นสวรรค์ของนักท่องเที่ยว  เมื่อพูดถึงจังหัดภูเก็ต เราคงนึกถึงภาพของทะเลสีคราม  น้ำใส หาดทรายสีขาว   แต่  ณ ที่แห่งนี้ กลับมีมนต์เสน่ห์หลายอย่างที่รอคอยให้เราค้นหาทั้งเรื่องราวของศิลปวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ของชุมชน โดยเฉพาะเรื่อง เหมืองแร่และเรื่องเล่าจากชาวเหมือง

          ความยิ่งใหญ่แห่งประวัติศาสตร์การทำเหมืองแร่ของชาวกะทู้  เป็นเรื่องราวที่ถูกกล่าวขาน แม้กาลเวลาจะล่วงเลยมาหลายทศวรรษ   แต่หุบเขาแห่งนี้ได้ถูกบันทึกไว้ให้เป็นอีกหน้าหนึ่งของประวัติศาสตร์ภูเก็ต
สถานที่ตั้ง           พิพิธภัณฑ์เหมืองแร่ภูเก็ต  ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่  หมู่ 5  ถนนสายกะทู้-นาเกาะ  ตำบลกะทู้  อำเภอกะทู้ จังหวัดภูเก็ต  บริเวณเหมืองแร่เก่าท่อสูง  ระหว่างเขานางพันธุรัตน์  ด้านเหนือติดกับเทือกเขาเก็ตหนี ด้านตะวันออกหรือระหว่างบ้านเกาะแก้ว-บางคู ติดกับสนามกอล์ฟล๊อกปาล์มกะทู้

ประวัติความเป็นมา
           พิพิธภัณฑ์เหมืองแร่ภูเก็ต  เกิดขึ้นภายใต้แนวคิดเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและประวัติ ศาสตร์ชุมชน  โดยเฉพาะตำบลกะทู้ในอดีตมีการทำเหมืองแร่ดีบุกเกือบทั่วพื้นที่  ร่องรอยที่เหลืออยู่ของขุมเหมืองล้วนมีจิตวิญญาณที่สะท้อนให้เห็นถึงคุณค่า แห่งภูมิปัญญาของบรรพชน  ที่ควรแก่การอนุรักษ์  เพื่อให้เป็นแหล่งเรียนรู้แก่คนรุ่นหลังสืบไป จากเหตุดังกล่าว นายประเสริฐ ขาวกิจไพศาล  อดีตนายกเทศมนตรีเมืองกะทู้  ในสมัยที่ดำรงตำแหน่ง  จึงได้เสนอแผนแม่บทการจัดตั้งพิพิธภัณฑ์เหมืองแร่  มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2542 จนเป็นรูปธรรมเมื่อปี พ.ศ. 2549 และแล้วเสร็จในปี 2551
รูปทรงทางสถาปัตยกรรม
           อาคารพิพิธภัณฑ์เหมืองแร่  ได้มีการออกแบบโดยสถาปนิกกองช่าง  เทศบาลเมืองกะทู้  เป็นอาคารแบบชิโนโปรตุกีส 1 ชั้นครึ่ง  มีจิ่มแจ้(ลาน)  อยู่ตรงกลาง  มีการตกแต่งหน้าต่างด้วยลายปูนปั้นซุ้มโค้งแบน  สะท้อนให้เห็นถึงความงดงามแห่งการผสมผสาน  จึงเรีกอาคารนี้ว่า  “อังมอหลาวนายหัวเหมือง”

การจัดแสดงนิทรรศการ
           พิพิธภัณฑ์เหมืองแร่  มีการแสดงนิทรรศการแบบมีชีวิต (Life Museum)  โดยแบ่งการแสดงไว้เป็น 2 ส่วน  คือ ภายนอกอาคาร (Outdoor)  ประกอบด้วย  เหมืองแล่น  เหมืองรู  เหมืองหาบ  เหมืองฉีด  เหมืองเรือขุด  ส่วยภายในอาคาร (Indoor)  “อังมอเหลานายหัวเหมือง” จัดแสดงนิทรรศการ  ประวัติความเป็นมาของการทำเหมืองแร่ดีบุก และวิถีชีวิตของชาวเหมือง  ดังนี้

          เปิดม่านหลังกาลเวลาเกาะแห่งพญามังกร  ย้อนยุคเรื่องราวการทำเหมืองแร่ในจังหวัดภูเก็ต
          สายแร่แห่งชีวิต  นำเสนอเรื่องราวของเหมืองแร่ด้วยการฉายวีดีทัศน์และการบรรยาย
          อารยธรรมบาบ๋า  แสดงของมีค่าโบราณของคหปานี  เช่น  แหวน  บาเย๊ะ  ผ้าปาเต๊ะ  กิ่มตู้น  ปิ้นตั้ง หินมีค่า  และอัญมณี เป็นต้น
          พัฒนาการมนุษย์  แสดงให้เห็นถึงวิวัฒนาการของมนุษย์วานรโฮโมฮาบิลิส  ที่ใช้หินเป็นเครื่องมือดำรงชีวิตในอดีต จนพัฒนามาใช้โลหะในปัจจุบัน
          ภูเก็ต : ดินแดนแห่งโภคทรัพย์  แสดงถ้ำในยุคหิน  การสำรวจแร่ (ทามตั๋ง) การบุกเบิกแหล่งแร่
          ตามรอยเหมืองแร่  นำเสนอเหมืองแร่ประเภทต่าง ๆ เช่น เหมืองแล่น  เหมืองรู  เหมืองหาบ  เป็นต้น
          กว่าจะได้แร่มา  แสดงขั้นตอนการถลุงแร่และผลิตภัณฑ์จากดีบุก
          นาวาชีวิต  แสดงการย้ายถิ่นฐานและการติดต่อค้าขายทางเรือสำเภา  เป็นท่าเรือที่สะท้อนวิถีชีวิตความเป็นมาของชาวจีนที่ข้ามน้ำข้ามทะเลมาแสวง โชคที่เกาะภูเก็ต
          เรื่องเล่า จากชาวเหมือง   ย้อนอดีตวิถีชีวิตชาวจีนในยุคเหมืองแร่รุ่งเรือง  มีโกปี้เตี้ยม  โรงขนมจีน  ศาลเจ้า  โรงงิ้ว  โรงฝิ่น  ร้านขายยาจีน เป็นต้น
          หมายเหตุเหมืองแร่  เก็บหลักฐานสำคัญต่าง ๆ  เช่น  แผนที่  ประทานบัตร  รูปถ่าย  จดหมาย  เอกสารเกี่ยวกับเหมืองแร่และนามสกุลในมณฑลภูเก็จ  เป็นต้น
          เปิดโลกแห่งการเรียนรู้ไร้พรหมแดน   เป็นห้องสมุดเฉพาะเหมืองแร่  วิถีชีวิตชาวเหมือง และวัฒนธรรมท้องถิ่น  ด้วยระบบ  E-MUSEUM  เพื่อประโยชน์ทางการศึกษาแก่นักเรียน  นักศึกษา  นักวิจัย  นักท่องเที่ยว  และประชาชนทั่วไป
งานบริการ
          ให้บริการทางการศึกษา  โดยการนำชมและจัดนิทรรศการพิเศษในโอกาสต่าง ๆ
          จัดทำเอกสารเผยแพร่เรื่องราวทางวิชาการ  ด้านประวัติศาสตร์  คำยืมภาษาจีนฮกเกี้ยน  และวัฒนธรรม
          ให้บริการสืบค้นข้อมูลในระบบ  E-MUSEUM  เรื่องราวทางวิชาการ  ด้านธรณีวิทยา  โบราณคดี  ประวัติศาสตร์  คำยืมภาษาจีนฮกเกี้ยน  และวัฒนธรรม

พิพิธภัณฑ์เหมืองแร่   
หมู่ 5  ถนนสายกะทู้-นาเกาะ  ตำบลกะทู้  อำเภอกะทู้ จังหวัดภูเก็ต  83120
โทรศัพท์  0-7632-1500   โทรสาร  0-7632-2140
เนื่องจากสถามที่ดังกล่าวได้ประกาศหยุดให้บริการชั่วคราว เพราะกำลังทำการปรับปรุง

Credit www.kathucity.go.th

วิธีเดินทางจากกรุงเทพฯ-พิพิธภัณฑ์เหมืองแร่ภูเก็ต  ร่วมระยะทางประมาณ 845  กม
 
 
ถนนพญาไท
1.มุ่งไปทางทิศ เหนือ ไปตาม ถนน พญาไท
37 ม.
2.เมื่อถึงวงเวียน ใช้ทางออก ที่ 2 ไปยัง ถนนพหลโยธิน/เส้นทาง 1
270 ม.
3.เลี้ยวซ้าย เข้าสู่ทางลาดไปยัง ทาง ด่วนขั้นที่ 2/ทางพิเศษศรีรัช โครงข่ายในเมือง/เส้นทาง 3119
23 ม.
4.ชิดขวาตรงทางแยก เพื่อวิ่งต่อไปยัง ทางด่วนขั้นที่ 2/ทางพิเศษศรีรัช โครงข่ายในเมือง/เส้นทาง 3119 และตัดเข้าสู่ ทางด่วนขั้นที่ 2/ทาง พิเศษศรีรัช โครงข่ายในเมือง/เส้นทาง 3119
ทางพิเศษ
750 ม.
5.ใ้ช้ทางออกเข้าสู่ Bang Khlo/Dao Khanong
ทางพิเศษ
450 ม.
6.ตัดเข้าไปยัง เส้นทาง 3119
ทางพิเศษ
8.9 กม.
7.ใช้ทางออก South 2-14 เข้าสู่ Bang Khlo/Dao Khanong
ทางพิเศษ
700 ม.
8.ตัดเข้าไปยัง ทางพิเศษเฉลิมมหานคร/เส้น ทาง 31
ถนน ที่เก็บค่าผ่านทางบางช่วง
7.0 กม.
9.ขับต่อไปยัง เส้นทาง 35
51.4 กม.
10.เลี้ยวซ้ายเล็กน้อย เพื่อวิ่งบน เส้นทาง 35
30.3 กม.
11.ใช้ทางลาดไปยัง เพชรเกษม/เส้น ทาง 4
450 ม.
12.ชิดซ้ายตรงทางแยก เพื่อวิ่งต่อไปยัง เพชรเกษม/เส้นทาง 4
190 ม.
13.ชิดขวาตรงทางแยก เพื่อวิ่งต่อไปยัง เพชรเกษม/เส้นทาง 4 และตัดเข้าสู่ เพชร เกษม/เส้นทาง 4
64.4 กม.
14.ชิดซ้ายตรงทางแยก เพื่อวิ่งต่อไปยัง เพชรเกษม/เส้นทาง 4
850 ม.
15.ชิดซ้ายตรงทางแยก เพื่อวิ่งต่อไปยัง เพชรเกษม/เส้นทาง 4
วิ่งต่อไปตามเส้นทาง เส้นทาง 4
50.6 กม.
16.เลี้ยวขวา ที่ เพชรเกษม/เส้น ทาง 4
182 กม.
17.ชิดขวาตรงทางแยก เพื่อวิ่งต่อไปยัง เส้นทาง 41
67.1 กม.
18.ขับต่อไปยัง เส้นทาง 41
172 กม.
19.ใ้ช้ทางออกเข้าสู่ เส้นทาง 401
450 ม.
20.เลี้ยวขวา ที่ เส้นทาง 401
47.3 กม.
21.เลี้ยวซ้าย ที่ เส้นทาง 415
48.4 กม.
22.เลี้ยวขวา ที่ เพชรเกษม/เส้น ทาง 4
5.4 กม.
23.เลี้ยวซ้าย ที่ เส้นทาง 415
21.7 กม.
24.เลี้ยวซ้าย ที่ เพชรเกษม/เส้น ทาง 4
9.7 กม.
25.ขับตรงไปตลอดเพื่อวิ่งบน เพชรเกษม/เส้น ทาง 4
วิ่งต่อไปตามเส้นทาง เส้นทาง 4
26.8 กม.
26.ขับต่อไปยัง ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 402/เส้นทาง 402
วิ่งต่อ ไปตามเส้นทาง เส้นทาง 402
7.2 กม.
27.ชิดซ้ายตรงทางแยก เพื่อวิ่งต่อไปยัง เทพกระษัตรี/เส้นทาง 402
วิ่งผ่านวงเวียน 1
30.6 กม.
28.กลับรถ
74 ม.
29.ใช้ ที่ 1 ทางซ้าย เข้าสู่ ห่าน ฝรั่ง
950 ม.
30.ขับต่อไปยัง เส้นทาง 3013
1.1 กม.
31.เลี้ยวขวา เพื่อวิ่งบน เส้น ทาง 3013
4.4 กม.
32.เลี้ยวซ้าย
1.6 กม.
33.เลี้ยวขวา ไปยัง เส้นทาง 4020
1.7 กม.
34.วิ่งตรงต่อไปยัง เส้นทาง 4020
ปลายทางจะอยู่ทางขวา
190 ม.

เส้นทาง 4020 

READ MORE - พิพิธภัณฑ์เหมืองแร่ภูเก็ต